หนัง

หนัง Animation ที่อยากให้ดู จะได้รู้ว่าตัวดีกับตัวร้ายไม่ต่างกัน

จะขอนำเสนอ หนัง แอนิเมชั่นสองเรื่องที่ต่างขั้วกันอย่างสิ้นเชิงมาบอกกล่าว เรื่องหนึ่งเป็นพระเอกที่แค่พูดชื่ออกมาใคร ๆ ก็รู้จัก อีกเรื่องเป็นวายร้ายที่เรียกว่าร้ายสุด ๆ ทั้งสองเรื่องเมื่อนำมาคิดตามแบบมีสาระแล้ว จะรู้สึกประหลาดใจลึก ๆ เลยว่าใครคือผู้ที่สมควรจะเป็นตัวดีหรือตัวร้ายกันแน่ อย่าพลาดหามาเปรียบเทียบกันดูเชียว

หนัง The Lego Batman Movie ข้าคือแบทแมน

The Lego Batman Movie ของผู้กำกับ หนัง Chris McKay เรื่องนี้ เป็นแอนิเมชั่นภาคแยกของตัวละครฮีโร่ Batman ที่ต่อยอดมาจาก The Lego Movie หนังที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 2014 ซึ่งคราวนี้จะเล่าเรื่องราวของอัศวินรัตติกาลแห่งเมืองก็อตแธมแบบเน้น ๆ เนื้อ ๆ ชนิดเจาะไปถึงก้นบึ้งตัวตนที่แท้จริงของฮีโร่รายนี้ โดยมันเป็นความบันเทิงที่สนุกสนานมาก ๆ กับการนำทุกสิ่งทุกอย่างของ ดูหนัง Batman ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันมาล้อเลียน มากัดจิกกันอย่างสุดติ่ง แถมไม่แค่จิกกัดตัวเองแบบไม่มียั้งเท่านั้น แต่ตัวแอนิเมชั่นยังกล้าหาญถึงขั้นที่ขอกัดสตูดิโอผู้ผลิตและบริษัทผู้ร่วมสร้าง ตัวละครดัง ๆ ไล่ไปจนถึงตัวละครฮีโร่ดังของค่ายฝั่งตรงข้ามที่ก็ยังไม่วายถูกนำมาล้อเลียนกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา นอกจากมุกตลกที่สดใหม่และเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณความเป็น Batman ที่อัดแน่นอย่างเต็มที่แล้ว ยังพาเราไปสำรวจแง่มุมความรู้สึกลึก ๆ ในใจของฮีโร่ผู้เศร้าหมองรายนี้กันได้อย่างเข้มข้นอีกด้วย โดยเฉพาะเรื่องการปิดกั้นตัวเองที่เราจะพบว่า Batman ใน เรื่องนี้ ตอกย้ำภาพลักษณ์ที่ว่า ข้าคือแบทแมน ข้าลุยคนเดียว ข้าไม่ไว้ใจใคร กับการไม่ต้องการให้คนอื่นยื่นมือมาช่วยเหลือ เขาพยายามหลีกเลี่ยงการสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่น  จนบางครั้งสร้างข้ออ้างขึ้นมามากมาย จนกลายมาเป็นคนเห็นแก่ตัวโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ

สำหรับคนที่เป็นแฟน หนัง Batman ก็จะฮาไปกับสารพัดการล้อเลียนแบบแรง ๆ และการเชิดชูชื่นชมต่อเสน่ห์ตัวละครนี้ไปพร้อมกัน รวมถึงตัวละครฝั่ง DC อื่น ๆ ส่วนคนที่เป็นคอหนังก็จะยิ่งฮาไปกับหลากหลายตัวละครที่โผล่มาให้เราประหลาดใจกันด้วยในช่วงท้าย ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่อาจจะเรียกว่าเป็น ‘ Suicide Squad ’ ฉบับ Lego กันเลย นอกจากความฮาที่สร้างความบันเทิงได้ดีแล้ว ตัว ดูหนัง แอนิเมชั่นยังมีส่วนที่เป็นแอคชั่นเยอะมาก หลายฉากทำออกมาได้ดี จนถึงขั้นที่เราคิดว่านี่ไม่ใช่การดูแอนิเมชั่นแล้ว แต่เหมือนกำลังดูหนังแบทแมนที่ให้ความรู้สึกจริงจังอยู่ตรงหน้าเลยทีเดียว ซึ่งหากมองในแง่ของการเป็นแอนิเมชั่น The Lego Batman Movie ก็ยังไม่ทิ้งสิ่งที่ The Lego Movie ( 2014 ) ได้สร้างไว้กับการชูประเด็นจินตนาการ ที่เราสามารถสร้างสรรค์อะไรก็ได้ผ่านตัวต่อ เพราะเราจะยังคงได้เห็นแบทแมนได้โชว์ทักษะการเอาตัวรอดในวินาทีอันตราย ด้วยไหวพริบในการหยิบตัวต่อต่าง ๆ มาประกอบเป็นสิ่งประดิษฐ์สุดไฮเทคนั่นเอง

หนัง

หนัง The Lego Batman Movie เป็นแอนิเมชั่นภาคแยกที่ทำหน้าที่มอบความบันเทิงได้ดีมาก และเป็นแอนิเมชั่นแบทแมนที่นับว่าสุดยอดในแง่ของความสดใหม่ ความกล้าในการนำเสนอ และการใส่ใจในรายละเอียดของตัวละครฮีโร่ที่ดังก้องโลกรายนี้ ว่าปมไหนเอามาล้อ เอามากัดจิกแล้วฮา ปมไหนเอามาขยี้แล้วรู้สึกสะดุ้ง ทุกคนรู้ดีว่าก่อนที่ Bruce Wayne จะมาเป็น ดูหนัง Batman เขาเจอความสูญเสียและพบความเจ็บปวดมามาก แต่การสูญเสียคนสำคัญในชีวิตไปก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะเปิดใจรับใครเข้ามาอีกไม่ได้ การกลัวจะผูกพันกับใคร บางครั้งก็ทำให้เราทำร้ายความรู้สึกและจิตใจอีกฝ่าย มากกว่าที่เราทำร้ายตัวเองก็ได้ ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ The Lego Batman Movie แทรกเข้ามาได้ดีและมีพลังมากพอที่เราจะเข้าถึงความเปราะบางภายใต้ชุดคลุมค้างคาวของฮีโร่รายนี้ 

Despicable Me 3 มิสเตอร์แสบร้ายเกินพิกัด 

หนัง Despicable Me 3 เล่าเรื่องราวของ Gru ที่ทำภารกิจผิดพลาดในการปล่อยให้จอมวายร้าย Balthazar Bratt หลุดมือไปพร้อมเพชรเม็ดใหญ่ที่สุดในโลก ทั้งเรื่องที่แย่ไปกว่านั้นก็คือการที่ Lucy ก็ถูกไล่ออกจากงานสายลับด้วยเช่นกัน เมื่อกำลังตกอยู่ในสถานะไม่มั่นคงในการดูแลเด็ก ๆ ทั้ง 3 คน Gru ก็ได้รู้ความจริงว่าเขายังมีน้องชายฝาแฝดที่ไม่เคยพบหน้า ดูหนัง กันมาก่อนนามว่า Dru อยู่ด้วย การเจอกันระหว่าง Gru และ Dru ได้เฉลยความลับของครอบครัวนี้ออกมา พร้อมแผนการใหม่ของสองพี่น้องที่งานนี้ทำให้ Gru ต้องกลับมาสู่บทบาทวายร้ายอีกครั้ง

สิ่งที่ท้าทายสำหรับ หนัง Despicable Me 3 ก็คือการใส่ตัวละครใหม่ที่เด่น ๆ เข้ามาสองราย พร้อมด้วยการต้องแบ่งน้ำหนักของบทบาทให้กับเหล่า Minions ตัวเหลืองจอมแสบขวัญใจแฟน ๆ ทั้งหลายด้วย มีการขยับเนื้อหาไปสู่ทิศทางใหม่ ๆ โดยเราจะได้เห็น Lucy ที่พยายามจะเข้าใจในตัว Margo, Edith และ Agnes กับบทบาทผู้เป็นแม่ ส่วน Gru ก็ต้องมาสานสัมพันธ์กับ Dru น้องชายฝาแฝดที่อยากจะเป็นจอมวายร้าย แต่ขาดคนช่วยชี้แนะ ดูหนัง ทั้งหมดนั้นยังคงดูไม่ค่อยจะลงตัวเท่าไหร่นัก เพราะทั้งในแง่ประเด็นฝาแฝดของ Gru ก็ยังทำให้เราอินกับทั้งคู่ไปได้ไม่เท่าไหร่ ทั้ง ๆ ที่ตัวละคร Dru นั้นเหมือนเป็นอีกเวอร์ชั่นของ Gru ที่พยายามเริ่มต้นมองหาพื้นที่ของตัวเองบนโลกแห่งวายร้าย ซึ่งจังหวะที่ทั้งคู่ผิดใจกัน หรือเหตุการณ์ช่วยกันกอบกู้เมือง ล้วนนำเสนอแบบเร่งรีบเกินไป จนเรายังไม่ทันได้มีอารมณ์ร่วมอะไร ทุกอย่างก็จบไปเสียแล้ว

สำหรับตัวร้ายอย่าง Bratt เองก็เป็นตัวละครประเภทไม่รู้จักโต จมอยู่แต่ในอดีต ดูหนังฟรี และพยายามที่จะเรียกร้องความสนใจอยู่ตลอด นี่เป็นตัวละครที่หลงยุค ที่เน้นเพลงจากยุคเก่า ของเล่นเก่า ๆ และหมกมุ่นอยู่กับความทรงจำเก่า ๆ แม้จะมีมุกตลกปล่อยออกมาเรื่อย ๆ แต่สิ่งที่น่าเสียดายก็คือมุกตลกใน หนัง Despicable Me 3 ไม่มีมุกไหนที่ชวนขำแบบจริง ๆ จัง ๆ เหมือนที่ 2 ภาคแรกทำได้ หรือเทียบกับภาคแยกอย่าง Minions มันก็ยังคงด้อยกว่าอยู่บ้าง แม้จะมีตัวละครจาก Minions อยู่เต็มเรื่องเหมือนเดิม แถมมีเนื้อหาในคุกเสริมเข้ามาให้เล่นอะไรอีกเพียบ แต่ความฮาที่ได้กลับอยู่ในระดับครึ่ง ๆ กลาง ๆ เท่านั้น

สิ่งที่ยอมรับว่าชอบที่สุดของหนังภาคนี้คือความดราม่า

เรื่องมุมมองชีวิต moviethai ของ Gru คนเราทุกคนล้วนคิดวาดฝันอนาคตถึงสิ่งที่เราอยากเจอ สิ่งที่เราอยากเป็น คาดหวังว่าจะได้อะไรดั่งใจ แต่ความจริงที่เราได้เจอ บางครั้งก็โหดร้ายไม่เป็นเหมือนที่ฝันเอาไว้ ประโยคที่ Gru คุยกับ Agnes เรื่องความจริงของยูนิคอร์น เป็นฉาก ดูหนังฟรี ที่ดีที่สุดของภาคนี้ ด้วยประโยคคำพูดที่โดนใจที่ว่า “ แม้เราจะเจอแค่แพะ ไม่ใช่ยูนิคอร์นจริง ๆ ถึงอย่างนั้นหากมองในอีกแง่มุมหนึ่ง แพะตัวนี้ก็อาจจะเป็นแพะที่เจ๋งที่สุดในโลกก็ได้ แม้คนที่เราเจอจะไม่ได้สมบูรณ์ดีพร้อมเหมือนที่เราคาดคิดไว้ แต่อย่างน้อย ๆ เขาก็มีดีในตัว ที่ใครคนอื่นก็ไม่มีทางเทียบได้เช่นกัน ” ซึ่งมีความหมายที่คมแฝงอยู่

moviethai แอนิเมชั่น Despicable Me น่าจะเป็นความสำเร็จที่ทรงคุณค่าที่สุดของสตูดิโอ Illumination โดยเฉพาะตัวละคร Minions ที่แทบจะกลายมาเป็นสัญลักษณ์ประจำสตูดิโอไปแล้ว ซึ่งหลังจาก Despicable Me 1 และ 2 ที่ทำได้ดีทั้งเสียงชมและยอดรายได้ กระทั่งมีแอนิเมชั่น ดูหนังฟรี ภาคแยกตามมาในชื่อ ‘ Minions ’ ( 2015 ) ที่คุณภาพความสนุกอาจจะลดลงไปบ้าง แต่การทำรายได้รวมจากทั่วโลกทะลุหนึ่งพันล้านเหรียญ ก็เป็นความสำเร็จที่มากจนสตูดิโออยู่เฉยไม่ได้ และนั่นทำให้ Despicable Me 3 ถูกสร้างขึ้นมาต่อ เป็นภาคต่อที่ความฮา ความซึ้งยังเทียบกับ 2 ภาคแรกไม่ได้ แต่ก็ยังถือว่าดูได้เพลิน ๆ จนจบ เพราะมีตัวละครที่เราคุ้นเคย แม้ Minions บทบาทจะน้อยไปหน่อย แต่ก็ถือว่าความเกรียนยังไม่หดหาย ยิ่งไปกว่านั้นคือการเลือกฉากจบที่น่าสนใจ 

จบไปแล้วกับการรีวิว หนัง Lego The Batman  อย่าลืมติดตาม การรีวิวหนัง และ ดูหนังแอนนิเมชั่นใหม่ ๆ ได้ที่ “moviethai

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *